ทัวร์พม่า อิ่มอกอิ่มใจไปกับอินเล

inle

ทะเลสาบอินเล หรือ ที่ชาวไทยใหญ่ขนานนามว่า หนองอางเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ในรัฐฉานของประเทศพม่า อยู่ห่างจากเมืองตองยีไปราว 25 กิโลเมตร โดยทะเลสาบและพื้นที่ โดยรอบนั้นเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชาวอินทา ผู้ปักหลักอยู่ในบริเวณนี้มายาวนานกว่าร้อยปี ส่วนใหญ่ หาเลี้ยงชีพโดยการทำเกษตร บนทะเลสาบบนเกาะที่ทำขึ้นจากวัชพืช และการทำประมงจากทรัพยากร ของทะเลสาบ

การใช้ชีวิตของชาวทะเลสาบอินเลนั้นค่อนข้างเรียบง่าย และยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญา ท้องถิ่นไว้เป็นอย่างดี ซึ่งนี่คือสิ่งสำคัญที่สร้างเอกลักษณ์พิเศษแก่ชาวทะเลสาบอินเล ที่คอยดึงดูด นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์พม่าให้มาเยือน

ทั้งนี้แม้อินเลจะอยู่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ และผู้คนก็มีวิถีชีวิตริมทะเลสาบที่เรียบง่าย ทว่าที่นี่ก็มี กิจกรรมหลากหลายที่นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์พม่าสามารถมาสัมผัส ซึ่งเราได้รวบรวมไว้ให้แล้ว ดังนี้ค่ะ

1.นั่งเรือสัมผัสวิถีชีวิตผู้คนริมทะเลสาบ: หนึ่งในกิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมีโอกาสมาเยือนอินเล เพราะอย่างที่ได้เกริ่นไปว่า ชาวอินเลมีวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ จึงควรค่าแก่การนั่งเรือเพื่อ เที่ยวชมอย่างใกล้ชิด ทั้งเทคนิคการแจวเรือโดยใช้เท้า หรือการปลูกผักบนเกาะวัชพืชลอยน้ำ นอกจากนี้ วิวทิวทัศน์โดยรอบยังสวยงามเพราะทะเลสาบนั้นถูกล้อมไปด้วยภูเขาใหญ่ ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถ เลือกการนั่งเรือทัวร์ทะเลสาบได้จากหลากหลายรูปแบบตามความเหมาะสม ทั้งการทัวร์ระยะสั้นไม่กี่ ชั่วโมง หรือการทัวร์ทั้งวันที่ต้นหนเรือจะนำเราแวะเวียนตามสถานที่สำคัญต่างๆ รวมทั้งแวะซื้อของ ฝากจากร้านค้าลอยน้ำ หรือ ชิมอาหารแสนอร่อยจากร้านอาหารในบริเวณใกล้เคียง

2.แวะวัดแมวกระโดด: ไฮไลท์น่ารักๆของทะเลสาบอินเล คือวัดแมวกระโดด ซึ่งวัดก็มีลักษณะเป็นวัดไม้ รูปทรงตามแบบสถาปัตยกรรมวัดพม่า ภายในมีพระพุทธรูปน้อยใหญ่ที่มีที่มาจากหลากหลายสถานที่ แต่หนึ่งสิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้พิเศษกว่าที่อื่นก็คือ การแสดงแมวกระโดดลอดห่วง ทั้งนี้แมวทุกตัวใน วัดแห่งนี้สามารถกระโดดลอดห่วงได้ ทั้งๆที่โดยปกติแล้วแมวเป็นสัตว์ที่สอนยาก และนี่จึงเป็นที่มาของ วัดแมวกระโดด หนึ่งในสถานที่น่าสนใจของทะเลสาบอินเลค่ะ

3.สักการะพระบัวเข็ม ณ วัดผ่องดองอู: คือศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวทะเลสาบอินเลที่สร้างขึ้น บนพื้นที่ที่ถมขึ้นลงบนทะเลสาบ โดยตัววัดผ่องดองอูมีความวิจิตรงดงาม และเป็นที่ประดิษฐาน ของพระบัวเข็ม 5 องค์ ที่บรรดาชาวบ้านอินเล และชาวพม่าจากทั่วประเทศต่างเลื่อมใส ดังนั้นแล้ว เมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนทะเลสาบอินเล เห็นทีจะเป็นการน่าเสียดายมากถ้าพลาดโอกาสไปเยือน วัดผ่องดองอูเพื่อสักการะพระบัวเข็ม นอกจากนี้หากคุณได้ไปเยือนอินเลในช่วงวันเข้าพรรษา ก็จะได้เห็นประเพณีการแห่เรือที่ยิ่งใหญ่อีกด้วย

ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆที่นักท่องเที่ยวสามารถทำได้เมื่อได้มาเยือนทะเลสาบอินเล อาทิ การปั่นจักรยาน สำรวจชายฝั่งรอบทะเลสาบ การเยี่ยมชมโรงบ่มไวน์ และรับประทานอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นกิจกรรมที่ผู้มาทัวร์พม่า เยือนอินเลไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ

 

ทัวร์พม่า สักการะเบญจมหาบูชาสถาน

benjasthan

สำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมไปทัวร์พม่า ส่วนใหญ่แล้วนั้นเป็นผู้ที่ไปเยือนเพื่อเยี่ยมชม พุทธศาสนสถานสำคัญๆ ที่ล้วนเป็นสถานที่ที่ชาวพุทธทั้งหลายเลื่อมใส ทั้งนี้บรรดาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ว่าก็มี ตั้งอยู่ทั่วไป ในทุกๆเมืองของประเทศพม่า แต่ละที่ก็ล้วนมีชื่อเสียง ที่มา เรื่องราวแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อยู่ทั้งสิ้น 5  แห่ง ที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์สูงสุดในประเทศพม่า ซึ่งนั่นก็คือ “เบญจมหาบูชาสถาน” ทั้งนี้บทความในวันนี้เราจะมาแนะนำ เบญจมหาบูชาทั้ง 5 กันค่ะ

  1. เจดีย์ชเวดากอง: สัญลักษณ์เก่าแก่ของประเทศพม่า ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของแผ่นทองที่ ปิดลงบนตัวเจดีย์ โดยที่นี่มีความสำคัญทั้งทางพุทธศาสนาและทางประวัติศาสตร์ นักโบราณ คดีระบุว่าเจดีย์ชเวดากองถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 6-10 โดยเป็นเจดีย์ที่พระมหากษัตริย์พระองค์ ใหม่ที่ขึ้นครองราชย์จะต้องมีพระราชกรณียกิจเสริมเติมแต่งบูรณะองค์เจดีย์
  2. พระธาตุอินทร์แขวน: ตั้งอยู่ ณ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า ที่นี่มีตำนานเรื่องเล่า ว่าเป็นสถานที่ที่พระอินทร์นำก้อนหินยักษ์จากท้องทะเลมาแขวนไว้ที่ริมขอบผา เพื่อใช้เป็นที่บรรจุ ของพระเกศาของพระพุทธเจ้า และแม้ว่าการเดินทางไปยังพระธาตุอินทร์แขวนค่อนข้างลำบากและใช้ ระยะเวลานานขนาดไหน แต่ที่นี่ก็ยังคงคราคร่ำไปด้วยผู้มีจิตศรัทธามาเยี่ยมชมเพื่อสักการะพระธาตุ อยู่เสมอ
  3. พระมหามัยมุนี: หรือ พระพุทธรูปที่ยังมีลมหายใจแห่งเดียวในโลก ที่ชาวพม่าเชื่อกันว่าพระพุทธเจ้าได้ ประทานลมหายใจศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในวรกายขององค์พระพุทธรูป ที่ได้กลายมาเป็นตัวแทนของพระองค์ ที่ยังมีชีวิต โดยประชาชนที่มีจิตศรัทธาจากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางมาเพื่อสักการะพระมหามัยมุนี อีกทั้งที่นี่ยังมีการทำพิธีล้างพระพักตร์ ที่จัดขึ้นทุกวันยามเช้าตรู่ ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้มาเข้าชมเป็น ศิริมงคลกันอีกด้วย
  4. เจดีย์ชเวมอดอร์: เจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่า ที่เป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของหงสาวดี โดยว่ากันว่ามีอายุ กว่า 1,200 ปี และมีความสูงมากถึง 98 เมตร ทั้งนี้ผู้คนส่วนใหญ่มักรู้จักที่นี่กันในชื่อ พระธาตุมุเตา หรือที่แปลว่า พระธาตุจมูกร้อน ซึ่งมาจากความสูงขององค์เจดีย์ที่สูงมากจนผู้มองต้องแหงนหน้าสูง จนปลายจมูกต้องแสงแดดจนแสบร้อนนั่นเอง
  5. เจดีย์ชเวซิกอง: คือเจดีย์ทองแห่งพุกาม ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อราว 960 ปีก่อนโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ภายในคือที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธจ้าไว้ถึง 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ พระเขี้ยวแก้วที่ได้ รับมาจากประเทศศรีลังกา พระธาตุกระดูกไหล่ ที่ได้มาจากเมืองศรีเกษตร และพระธาตุนลาฏหรือ พระธาตุส่วนหน้าผาก

เมื่อทราบถึงเรื่องราวของเบญจมหาบูชาสถานแห่งประเทศพม่าแล้วนั้น สำหรับใครที่สนอกสนใจ หรือมีจิตศรัทธาอยากจะเดินทางไปเพื่อสักการะ ขอพร เห็นทีวันหยุดครั้งหน้า ต้องรีบเคลียร์งานเพื่อไป ทัวร์พม่ากันแล้วล่ะ

รีวิว พาแม่ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวเกียวโต

img_0500

ด้วยความที่เป็นประเทศที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศ ทุกวัย ที่สามารถไปเยือนได้ทุกๆฤดูกาล

ประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายๆคน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยววัยรุ่นเท่านั้น ที่อยากไปทัวร์ญี่ปุ่น เพราะนักท่องเที่ยวสูงวัย อย่างรุ่นคุณพ่อคุณแม่ คุณลุงคุณป้า ก็อยากจะไปทัวร์ญี่ปุ่นดูสักครั้งเช่นกัน

สำหรับคุณแม่ของผู้เขียนก็เช่นกันค่ะ ที่อยากจะไปญี่ปุ่น โดยแกก็ไม่พูดตรงๆหรอกนะ ว่าอยากไปทัวร์ญี่ปุ่น แต่จะใช้ถ้อยคำแบบอ้อมค้อมให้เรารู้ว่าอยากไป เช่นว่า “เห็นเขาว่ากันว่า แช่ออนเซ็นนี่ดีกับคนแก่นะ” หรือไม่ก็ “เห็นเขาว่ากันว่าอาหารญี่ปุ่นที่ญี่ปุ่นน่ะ อร่อยกว่าตามร้านในไทยเยอะเลยนะ อิจฉาพวกเพื่อนที่ไปจัง กลับมาโม้กันใหญ่” นั่น!   ก่อนจะปล่อยคุณแม่ให้อ้อมโลกไปมากกว่านี้ ผู้เขียนเลยบอกให้แกพอๆ แล้วเดี๋ยวจะพาไปเอง และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการพาแม่ทัวร์ญี่ปุ่น

สำหรับเมืองที่ผู้เขียนได้เลือกพาคุณแม่ไปเที่ยว ก็คือ เกียวโต สาเหตุที่เลือกเมืองนี้เพราะ เห็นว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างรักษาความโบราณไว้ได้เป็นอย่างดี น่าจะเหมาะกับผู้สูงวัยที่ชอบเข้าวัดเข้าวา (อิอิ) ชอบเดินช้าๆ จะพาไปเมืองหลวงอย่างกรุงโตเกียว ก็กลัวจะเดินไม่ทันเขา จะไปฮอกไกโดก็กลัวจะหนาวจนตัวสั่น ดังนั้น ตัวเลือกอย่าง เกียวโต นี่ล่ะน่าจะเหมาะสมที่สุด โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้พาคุณแม่ไปเยือน ก็เน้นสถานที่ที่น่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้สูงวัย อาทิ

-วัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิสึเดระ ที่นี่เป็นวัดเก่าแก่ ใจกลางกรุงเกียวโต ที่มีสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ ไว้ให้ผู้มาเยือนได้ขอพร บริเวณภายในของวัดร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ และสวนหย่อมสวยงาม ถูกใจวัยเก๋าเขาล่ะ นอกจากนี้ รอบนอกวัดก็ยังมีร้านค้า ขายอาหาร ของที่ระลึก ให้ได้เดินเลือกชอป ชิม กันจนแทบลืมเวลา

-ตลาดนิชิกิ ตลาดสดใจกลางกรุงเกียวโต ที่ไม่ได้ขายแค่ของสด ที่นี่ไม่ได้เป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเท่าไรนัก เพราะไม่ใช่ไฮไลท์เด่น แต่พอได้ไปแล้ว ปรากฎว่าคุณแม่ปลื้มมากกกกกก เพลิดเพลินไปกับการเดินดูอาหารสด อาหารแห้ง แบบญี่ปุ่นแท้ๆ แถมมีให้ชิมตลอดทาง ของฝากที่ระลึกก็แปลกๆ คนละสไตล์กับที่ขายตามร้านในสถานที่ท่องเที่ยว เลยได้ของติดไม้ติดมือมากันจนกระเป๋า(สตางค์)ปริ

-ย่านกิอน อีกหนึ่งย่านโบราณของกรุงเกียวโต ที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดรวมสถานบันเทิงแบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นเอาไว้ในที่เดียวกัน ที่นี่เต็มไปด้วยร้านอาหารโบราณ มีบ้างที่จะได้เห็น ไมโกะ หรือ เกอิชาฝึกหัด เดินผ่านไปมา พอให้คุณแม่ได้ตื่นเต้น

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในกรุงเกียวโตอีกหลายแห่งที่น่าสนใจ พอจบทริป คุณแม่ก็ได้เรื่องไว้เม้ากับเพื่อน ไว้อวดชาวบ้าน ไปได้อีกนาน

ทั้งนี้สำหรับใครที่อยากจะใช้เวลากับคุณพ่อ คุณแม่ หรือ ผู้ใหญ่ในบ้าน โดยการไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน แต่ไม่รู้จะไปไหน ผู้เขียนก็ขอแนะนำทัวร์ญี่ปุ่นไว้ในอ้อมใจค่ะ เพราะจากประสบการณ์ตรงแล้วนั้น ญี่ปุ่นคือสถานที่ที่เหมาะสมกับการนี้จริงๆ

อย่าเพิ่งจาก โอซาก้า ไปไหน ถ้าคุณยังไม่ได้…

1-zargwzrf0dazr8o81s-qew

โอซาก้า คือเมืองใหญ่ในภูมิภาคคันไซ ของประเทศญี่ปุ่น ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปเยือนกันเมื่อมีโอกาสได้ไปทัวร์ญี่ปุ่น และแม้จะไม่ใช่เมืองหลวง แต่โอซาก้าก็แทบจะมีทุกๆอย่างที่เมืองหลวงมี และมีหลายอย่างที่เมืองหลวงไม่มี ดังนั้นจะช้าอยู่ใย รีบตีตั๋วทัวร์ญี่ปุ่น แล้วไปเยือนโอซาก้ากันเถอะ และเมื่อได้มาแล้ว ก็อย่าเพิ่งรีบจากไปไหน ถ้ายังไม่ได้ทำกิจกรรมเหล่านี้….

  1. เยือนปราสาทโอซาก้า
    ปราสาทโอซาก้าจัดเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมือง ที่มีมายาวนาน และแม้ว่าตัวปราสาทที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันไม่ใช่ของแท้ดั้งเดิม เพราะได้ถูกบูรณะสร้างขึ้นและซ่อมแซมใหม่หลายต่อหลายครั้ง ทว่าความงดงามของตัวปราสาทที่รอให้เราไปท้าพิสูจน์ก็ไม่เคยจางหายไปไหน
  2. ชิมกับแกล้มที่ชินเซไค
    ชินเซไคคือย่านเก่าแก่ของโอซาก้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแบบย้อนยุค นักท่องเที่ยวที่มาเยือนนิยมมาลองชิม “คุชิคาซึ” หรือกับแกล้มของทอดเสียบไม้ แสนขึ้นชื่อของชินเซไค ที่ถ้ามาแล้วไม่ได้ลองชิม ก็เหมือนว่ามาไม่ถึง
  3. เดินเล่นไปในโดทงโบริ
    ย่านการค้าสุดคึกคักของโอซาก้า คราคร่ำไปด้วยชาวเมือง และนักท่องเที่ยว ที่พากันมาแสวงหาอาหารอร่อยและชมสีสันของเมือง เป็นบรรยากาศสุดพิเศษที่หาไม่ได้จากที่ไหน จะเดินกี่ครั้ง จะมาโอซาก้าสักกี่รอบ โดทงโบริ ก็ไม่เคยน่าเบื่อ
  4. ขึ้นอุเมะดะสกาย ชมพระอาทิตย์ตกดิน
    อีกหนึ่งไฮไลท์ยามเย็นของเมืองโอซาก้า ที่ถ้ามีโอกาสไปทัวร์ญี่ปุ่นแล้วก็ไม่ควรพลาดการมาเยือน เพราะแค่ได้ขึ้นบันไดเลื่อนสูงเสียดฟ้า สัญลักษณ์เด่นของตึกอุเมะดะสกาย รับรองเลยว่า ภาพของเมืองโอซาก้าที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ตัดกับท้องฟ้าสลัวๆยามเย็น จะเป็นภาพของเมืองโอซาก้า ที่คุณประทับใจแบบไม่รู้ลืม
  5. ดูฉลามวาฬที่ไคยูคัง
    กิจกรรมเด่นที่คนทุกเพศ ทุกวัย โปรดปราน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแห่งนี้ มีเพนกวินน่ารัก นากทะเลสุดทะเล้น และฉลามวาฬตัวโต คอยต้อนรับ นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ญี่ปุ่น ให้ได้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน พร้อมความรู้ด้านระบบนิเวศน์แบบคับคั่ง ที่มาพร้อมกับการถ่ายทอดผ่านตัวการ์ตูนน่ารักๆ แบบฉบับของญี่ปุ่น

ดังนั้นเราจึงขอแนะนำแก่คนที่มีโอกาสไปเยือนโอซาก้า ทัวร์ญี่ปุ่น ว่า อย่าเพิ่งจาก โอซาก้า ไปไหน ถ้ายังไม่ได้… ท้าพิสูจน์ความงาม ชิมของอร่อย แวะทักทายสัตว์น่ารักๆ จากบรรดาสถานที่ที่เราแนะนำกันไปค่ะ

ไขข้อคาใจ… ทำไมใครๆก็ไปทัวร์ญี่ปุ่น

คงไม่มีประเทศไหนในโลกตอนนี้ ที่จะฮอตฮิตติดลมบนได้เท่าประเทศญี่ปุ่น ในแง่ของการเป็นจุดหมายปลายทางของ นักท่องเที่ยวชาวไทย

ไม่ว่าคุณจะถามญาติๆ ถามเพื่อนที่ทำงาน ที่โรงเรียน ว่าวันหยุดนี้ไปไหน แน่นอนว่า หนึ่งในบรรดาคำตอบที่คุณได้รับ จะต้องมี “ทัวร์ญี่ปุ่น” อยู่ในนั้นแน่ๆ ดังนั้นบทความครั้งนี้ เราอยากมาบอกเหตุผลดีๆเพื่อไขข้อคาใจว่า ทำไมใครๆ ก็ไปทัวร์ญี่ปุ่นกันค่ะ

why-japan

1.ญี่ปุ่นเที่ยวได้ทุกฤดู 
ไม่เหมือนเมืองไทยที่ร้อนตลอดปี ไม่เหมือนรัสเซียที่หนาวตลอดชาติ ไม่เหมือนเนเธอร์แลนด์ที่ฝนตกตลอดไป (นี่ก็เวอร์ไปนิด)… ญี่ปุ่นมีฤดูต่างๆถึง 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว และ ฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งแต่ละฤดูของญี่ปุ่น เขาก็มีความ โดดเด่น ไม่เหมือนกัน หากเอ่ยถึงฤดูร้อน นักท่องเที่ยวก็นิยมไปเยือนญี่ปุ่น เพื่อเที่ยวชมงานเทศกาล หากนึกถึงฤดูใบไม้ร่วง แน่นอนว่าภาพของใบไม้เปลี่ยนสีย่อมเป็นความฝัน ของใครหลายๆคนที่อยากเห็น หากเอ่ยถึงฤดูหนาว บรรยากาศของหิมะตก และลานสกีคงเป็นสิ่งที่คนไทย เมืองร้อนเราถวิลหา และแน่นอน ดอกซากุระบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิคือสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ใช่แล้วค่ะ ไม่ว่าวันหยุดของคุณจะตรงกับช่วงเวลาไหน คุณก็สามารถไปทัวร์ญี่ปุ่นได้

2.ญี่ปุ่นอาหารอร่อย 
อย่าเพิ่งเถียงว่าในเมืองไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นมากมาย… ก็จริงค่ะ เรามีเยอะจริง แต่ใช่ว่ารสชาติ และบรรยากาศ จะเป็นแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เพราะบรรดาผู้มีประสบการณ์ ไปทัวร์ญี่ปุ่นมาแล้ว ต่อให้ได้เคยทานอาหารญี่ปุ่นในไทย มามากร้านขนาดไหน ก็ยังยืนยัน นอนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า อาหารญี่ปุ่น ในญี่ปุ่น คือ “ที่สุด” ผู้ไปเยือนสามารถ ลิ้มลองอาหารรสชาติอร่อยที่ถูกพิถีพิถันปรุงขึ้นอย่างดี ไม่ว่าร้านอาหารนั้นจะเป็นร้านเล็กๆในสถานีรถไฟใต้ดิน หรือจะเป็นร้านอาหารเก่าแก่หรูหราก็ตาม

3.ญี่ปุ่นคือแหล่งวัฒนธรรมที่สัมผัสได้
ภาพของซามูไร เกอิชา พิธีชงชา และชุดกิโมโน คงเป็นภาพคุ้นตาของหลายๆคน เพราะภาพเหล่านี้มักถูกถ่าย ทอดลงในสื่อต่างๆ อาทิ ภาพยนตร์ รูปวาด ภาพถ่าย และการ์ตูน ดังนั้นนักท่องเที่ยวมากมายจึงอยาก เดินทางไป ทัวร์ญี่ปุ่น เพื่อสัมผัสกับบรรดาวัฒนธรรมเหล่านี้กับตัวเอง นักท่องเที่ยวหลายคนได้เข้าร่วมพิธีชงชา ได้ชมการเต้นรำ ของเกอิชา ได้ลองสวมชุดกิโมโน และแน่นอนว่ามันคือประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำและประทับใจ

coffee-please-1

4.ญี่ปุ่นคือที่ที่เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย 
ชาวญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่า เกือบๆทุกเมืองของ ประเทศญี่ปุ่นนั้น ได้ให้ความสำคัญกับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆขนาดไหน เมืองนั้นก็ยังมีสนาม           เด็กเล่น พิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก และไม่ว่าในเมืองใหญ่ อย่างโตเกียวหรือโอซาก้า ก็ล้วนมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับ ผู้สูงอายุ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเดินทางไปยังแห่งหนใดของญี่ปุ่น ที่นั่นก็จะมีกิจกรรม และสถานที่พร้อมรองรับกับเจ้า ตัวเล็ก หรือคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า ให้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการทัวร์ญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

5.ญี่ปุ่นเที่ยวไม่ยาก
แม้ชาวญี่ปุ่นจะไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีนัก ทว่าในช่วง2–3ปี ให้หลังมานี้ ทางการญี่ปุ่นก็ได้เริ่มให้ความสำคัญ กับนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ญี่ปุ่นมากขึ้น อาทิ การจัดทำแผนที่ แผนการเดินทาง และโบรชัวร์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว เป็นภาษาต่างๆ การตั้งซุ้มประชาสัมพันธ์คอยบริการนักท่องเที่ยว รวมทั้งการสร้างแอพลิเคชั่นแปลภาษา ที่พร้อม ช่วยเหลือตลอดเวลา ดังนั้นแล้วการทัวร์ญี่ปุ่นของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แม้จะมีอุปสรรคทางภาษา จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 

และนี่คือบรรดาเหตุผลว่าทำไมใครๆก็ไปทัวร์ญี่ปุ่น… ว่าแต่ แล้วคุณล่ะ พร้อมจะเดินทางไปสัมผัสญี่ปุ่นกับเราแล้วหรือยัง?

ทำไมต้องไปทัวร์สิงคโปร์

DE-SG01
สิงคโปร์เป็นประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทย ใช้เวลาในการเดินทางโดยเครื่องบินประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น แถมยังไม่ต้องขอวีซ่าอีกด้วย หมู่เกาะเล็กๆ แห่งนี้ มีประชากรเพียงแค่ประมาณ 6 ล้านคน แต่มีความเจริญรุ่งเรืองด้านเทคโนโลยี มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นศูนย์กลางการเงินและการค้าที่สำคัญของโลก นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง และรัฐบาลของสิงคโปร์เองก็มีการปรับปรุงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อยู่เสมอ

ประเทศสิงคโปร์มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่อันหลากหลายของผู้คนหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดียและชาวยุโรป นอกจากนี้ก็ยังมีเหตุผลดีๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาทัวร์สิงคโปร์ดังนี้

  • มีอาหารเลิศรสของหลายเชื้อชาติให้เลือกชิม ไม่ว่าจะเป็นอาหารจีน อาหารมาเลย์ อาหารอินเดีย
  • มีถนนสายช้อปปิ้งที่มีห้างสรรพสินค้ามากมายภายทั่วทั้งเกาะเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักช็อปที่มีชื่อเสียงไประดับโลก
  • มีสวนสาธารณะริมอ่าว (Gardens by the Bay) ที่จัดแสดงความรู้เรื่องพฤกษศาสตร์ที่น่าสนใจ พันธุ์ไม้นานาชาติจากทุกภูมิภาครอบโลกนอกจากนี้ยังมีสวนสัตว์ไนท์ซาฟารี และสวนนกหลายชนิด ที่ถูกใจนักท่องเที่ยวที่มีหัวใจอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นยิ่งนัก
  • มีพิพิธภัณฑ์มากมายที่น่าสนใจ เช่น พิพิธภัณฑ์การเดินสมุทรพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำระดับโลกพิพิธภัณฑสถานทางศาสนาพิพิธภัณฑ์ศิลปะ พิพิธภัณฑ์ของเล่น ฯลฯ
  • มีวัดวาอารามของศาสนาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วัดฮินดูที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมที่งดงามวัดพระเขี้ยวแก้วของศาสนาพุทธซึ่งชั้นบนสุดได้เก็บพระบรมสารีริกธาตุ พระเขี้ยวแก้ว (พระทนต์) ของพระพุทธเจ้าเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีวัดเจ้าแม่กวนอิมที่เชื่อว่าหากไปขอพรแล้วจะสมหวังทุกประการ และวัดสำคัญๆ อื่นอีกมากมาย
  • มีชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งเป็นเหมือนคู่แฝดของ ลอนดอน อาย (London Eye) ในทวีปเอเชียที่ให้คุณได้มีโอกาสสัมผัสกับวิวเกาะสิงคโปร์ได้เกือบทั้งเกาะ
  • มีสวนสนุกขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์เป็นสวนสนุกในเครือยูนิเวอร์แซลแห่งแรกที่เปิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเครื่องเล่นที่ทันสมัยมากมาย
  • มีแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่สุดแสนจะทันสมัย คาสิโนถูกกฎหมายสำหรับผู้ที่ชอบลุ้นและรักที่จะบริหารความเสี่ยง
  • คนสิงคโปร์ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ทำให้สื่อสารกันได้ไม่ลำบาก และสภาพภูมิอากาศก็เอื้ออำนวยให้สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • มีบริการระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก ทันสมัยและครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศ
  • มีความปลอดภัยสูง จึงมั่นใจได้ว่าคุณจะไม่วิตกกังวลหรือหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุร้ายขณะทัวร์สิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน

คงไม่ต้องแปลกใจแล้วว่าทำไมทัวร์สิงคโปร์จึงติดอันดับต้นๆ ในลิสท์ของเมืองที่นักท่องเที่ยวอยากไปเที่ยวมากที่สุดเพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้นี่เองที่เป็นเสน่ห์ของสิงคโปร์ที่ดึงดูดผู้คนจากทุกมุมโลกอยากจะมาสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต

สนใจทัวร์สิงคโปร์ ติดต่อได้ที่ Double Enjoy – ทัวร์สิงคโปร์

ทัวร์ทะเลบัวแดง ที่แหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย

DE-4302
ทัวร์ทะเลบัวแดง
เกิดขึ้นได้เพราะ ฤดูกาลท่องเที่ยว ทะเลบัวแดง หนองหาน กุมภวาปี ได้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือน พฤศจิกายน ยาวไปจนถึงช่วงเดือนมีนาคม นี้ ที่จุดชมวิวทะเลบัวแดงจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนกันมากขึ้นในทุกๆปี เพื่อเก็บภาพ และเที่ยวชมหนองหานอันเป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ที่นี่เองนั้นก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เอาแค่เรื่องบัวแดงที่มากมายก็ไปโดนใจ จนทำให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ออกแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยวชมกันเลยทีเดียวซึ่งจากตรงนี้เองก็สามารถนำนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเยือน จังหวัดอุดรธานี มากมาย สร้างรายได้หมุนเวียนภายในจังหวัดดีขึ้นหลายล้านบาทต่อปี

ทะเลบัวแดง ตั้งอยู่ภายในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ที่ตอนนี้กำลังบานตอนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้มาชื่นชม โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ ที่อากาศกำลังเย็นสบายได้ที่ ไปจนถึงช่วงประมาณ 11.00 น. ของทุกวันนับเป็นช่วงที่กำลังเหมาะในการชมและล่องเรือเพื่อสัมผัสทะเลบัวแดงกันแบบใกล้ชิดสุดๆ ในหนองหานแห่งนี้ บนพื้นที่กว่าหมื่นไร่ นับเป็นความมหัศจรรย์ของระบบนิเวศบริเวณ หนองหาน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ที่ทุกท่านไม่ควรพลาด หากได้มีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดอุดรธานีโดยเทศกาลทะเลบัวแดงนั้นจะจัดขึ้นในบริเวณหนองหาน ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ในอำเภอกุมภวาปี และบางส่วนในอำเภอประจักษ์ศิลปาคม ของจังหวัดอุดรธานี

บริเวณหนองหานแห่งนี้นับเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำนานาชนิด ซึ่งเราสามารถช่วยกันอนุลักษณ์ไว้ให้ลูกหลานได้เห็นต่อไปนานๆ

อย่างที่ทราบกันดีว่าช่วงที่บัวแดงมีปริมาณมากๆ คือช่วงเดือน พฤศจิกายน ถึง เดือนกุมภาพันธ์ ของทุกๆปี ใครที่สนใจจะไปชมดอกบัวแดงบานต้องรีบกันหน่อยแล้ว เพราะในเดือนมีนาคมปริมาณดอกบัวแดงจะลดลงเพราะเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งแล้วน้ำก็จะลด ดอกบัวแดงก็ลดลง จะเห็นได้น้อยลงไปเรื่อยๆหลังเดือนมีนาคม

ทัวร์ทะเลบัวแดง ยังคงเปิดรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดินทางไปชมทะเลบัวแดง และแวะ ชิมอาหาร รวมถึงหาซื้อของฝากในจังหวัดอุดรธานี ทัวร์ราคาไม่แพง แถมได้เที่ยวชมในหลากหลายสถานที่ รวมถึงไฮไลท์หลักอย่างทะเลบังแดง สนใจโปรดติดต่อกับทีมงานบริษัททัวร์ ก่อนที่ดอกบัวแดงในหนองหานจะบานน้อยลง จะจองกันแบบเป็นแพจคู่ หรือจัดกรุ๊ปทัวร์ รวมตัวกันมาแบบเป็นทีมก็ได้ ซึ่งเราสามารถจัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับนักท่องเที่ยวทุกท่าน แบบมืออาชีพ ด้วยประสบการณ์ในการจัดทัวร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สนใจทัวร์ทะเลบัวแดง ติดต่อได้ที่ Double Enjoy – ทัวร์ทะเลบัวแดง